Saturday, January 19, 2013

กีฬาฟุตบอล


ฟุตบอล เริ่มเล่นครั้งแรกที่ประเทศอังกฤษ ปัจจุบันเป็นกีฬาที่มีผู้นิยมเล่นกันมาก
ในบางประเทศการเล่นฟุตบอลเป็นอาชีพอย่างหนึ่ง นักฟุตบอลหลายคนกลายเป็น
เศรษฐีและเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก เช่น เปเล่ มารโดน่า เป็นต้น
ผู้เล่นฟุตบอลจะต้องเรียนรู้เทคนิคการเล่น ตั้งแต่ทักษะพื้นฐานจนถึงทักษะชั้นสูง
ซึ่งผู้เล่นจะต้องฝึกฝนจนสามารถเล่นได้อย่างคล่องแคล่ว เช่น การเตะย้อนหลังเท้า
การเตะลูกข้างเท้าด้านใน,การเตะลูกหลังเท้า,การหยุดลูก,การเลี้ยงลูกบอล,การทุ่มลูกบอล

การเล่นเป็นชุด (การเล่นตามตำแหน่ง)
การเล่นฟุตบอล ประกอบด้วย ผู้เล่นสองฝ่าย ฝ่ายละ 11 คน
มีหมายเลขประจำตำแหน่งและชื่อ ตำแหน่ง ดังนี้
หมายเลข 1 ผู้รักษาประตู....................หมายเลข 6 ฮาฟซ้าย
หมายเลข 2 แบ็คขวา....................หมายเลข 7 ปีกขวา
หมายเลข 3 แบ็คซ้าย....................หมายเลข 8 ในขวา
หมายเลข 4 ฮาฟขวา....................หมายเลข 9 ศูนย์หน้า
หมายเลข 5 เซนเตอร์ฮาฟ....................หมายเลข 10 ในซ้าย
หมายเลข 11 ปีกซ้าย



ตัวอย่างนักฟุตบอลชื่อดังในปัจจุบัน


รุด ฟาน นิสเตลรอย

เดวิด เบ็คแฮม

คริสเตียโน่ โรนัลโด้

กาก้า

สตีเว่น เจอร์ราร์ด

เวย์น รูนี่ย์

วิธีการเล่นพื้นฐานกีฬาฟุตบอล



           ประวติกีฬาฟุตบอล 

      ฟุตบอลถือกำเนิดครั้งแรกที่ประเทศกรีกโบราณซึ่งเรียกว่า "อีพิสไครอส" (Episkiyros)
 ประเทศแถบยุโรปส่วนใหญ่เรียกฟุตบอลว่า "ซ็อคเกอร์" (Soccer) เพราะคำว่าฟุตบอลไปซ้ำกับคำว่า
 อเมริกันฟุตบอล และในสมัยโรมัน ชาวโรมันได้นำกระเพาะปัสสาวะวัว (Ox's Bladder) แล้วหุ้มด้วยขน
 เตะกันอย่าสนุกสนาน ซึ่งเกมนี้ถูกเรียกว่า ฮาร์ปาสตัม (Harpastum) โดยชาวโรมันได้นำเอาแบบอย่าง
 มาจากกรีก
       ต้นศตวรรษที่11 ถึงพ.ศ.1589 ทหารโรมันได้มาปกครองอังกฤษตอนใต้ และได้นำเกมส์
 ฮาร์ปาสตัมซึ่งจำแบบอย่างของอีพิสไครอสของกรีกมาเผยแพร่ที่อังกฤษและมีการแข่งขัน นับเป็น
 สมาคมฟุตบอลของบรรพบุรุษโบราณที่ทันสมัย
        ปีพ.ศ. 1743 ฟุตบอลถูกสั่งห้ามเล่นโดยกษัตริย์องค์ที่ 7 ของอังกฤษเพราะเห็นว่าเป็นเกมส์ที่
 หยาบคาย ต่อมาฟุตบอลได้แพร่หลายในโรงเรียนมหาวิทยาลัย และทั่วประเทศอังกฤษ
        ปี พ.ศ. 2409 พระนางเจ้าเอลิซาเบทได้ทรงสนับสนุนและทรงแต่งตั้งผู้จัดการทีมฟุตบอลและ
 นักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงของอังกฤษเป็นขุนนางหลายคนเกมส์ฟุตบอลได้กลับกลายเป็นกีฬาที่มีผู้นิยม
 มากที่สุดในโลก
        ปี พ.ศ. 2224 ขุนนางชาวอังกฤษผู้มีความรู้ฟุตบอลอิตาเลียนได้พลิกประวัติศาสตร์ฟุตบอล
 ป่าเถื่อนขณะนั้นให้เป็นเกมส์ที่มีกฎกติกาและเผยแพร่ไปทั่วอังกฤษ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2406 จนถึงปัจจุบัน

         วิธีการเล่นพื้นฐาน

     การเล่นกีฬาฟุตบอลให้เกิดประสิทธิภาพ ผู้เล่นต้องเรียนรู้จนเกิดทักษะพื้นฐานหลายด้าน
อาทิ การเคลื่อนไหวเบื้องต้น การทำความคุ้นเคยกับลูกฟุตบอล การหยุดหรือบังคับลูก ทักษะเหล่านี้มี
ความละเอียดอ่อน และเป็นพื้นฐานสำหรับเทคนิคการเล่นอื่น ๆ ต่อไป ซึ่งต้องอาศัยการฝึกฝนจน
ชำนาญ และเป็นทักษะที่ต้องการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
1. การทรงตัว
2. การเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ถอยหลัง ไปทางซ้าย ไปทางขวา
3. การสร้างความคุ้นเคยกับลูกฟุตบอล
4. การหยุดหรือบังคับลูกฟุตบอล

เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน...จากช่างไฟ ถึงอัศวิน


ภาพจากปกหนังสืออัตชีวประวัติของเจ้าตัวค่ะ

ปฐมบท

เซอร์ โรเบิร์ต วิลเลียม ร็อบสัน เกิดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 1933 ที่เคาน์ตี้ เดอร์แฮม ในครอบครัวกรรมกรเหมืองแร่ ในวัยเด็กพ่อมักพาเขาไปชมเกมของนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ที่เซนต์ เจมส์ ปาร์กเป็นประจำ ด้วยรถบัสประจำทาง หรือแม้แต่เดินเป็นระยะทางหลายไมล์ในบางครั้ง
หลัง จากเริ่มงานแรกในอาชีพช่างไฟฝึกหัดในเหมืองแร่ ได้ค่าแรงสัปดาห์ละ 4 ปอนด์ พร้อมกันนั้นก็เตะบอลกับแลงลีย์ ปาร์ก จูเนียร์ไปด้วย และแล้วฟ้าก็เปิดทาง เมื่อ บิล ดอดกิ้น ผู้จัดการทีมฟูแล่ม เดินทางไปหาร็อบสันที่บ้านด้วยตัวเอง ก่อนยื่นข้อเสนอสำหรับการเป็นนักเตะอาชีพให้ และข้อเสนอนี้ก็เย้ายวนเกินกว่าจะปฏิเสธ ร็อบสันตัดสินใจเซ็นสัญญากับฟูแล่ม ในตำแหน่งปีกขวา แล้วย้ายไปลอนดอน

แม้ ว่าร็อบสันจะเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพแล้ว แต่พ่อของเขาก็ยังยืนยันอยากให้ลูกชายเป็นช่างไฟอยู่ดี เขาจึงทำงานในช่วงกลางวันในฐานะช่างไฟที่ เฟสติวัล ออฟ บริเทน แล้วซ้อมสัปดาห์ละ 3 วันกับฟูแล่ม ก่อนที่สุดท้ายจะมาเล่นฟุตบอลอย่างเต็มตัวในที่สุด

ร็อบสันลงสนามนัดแรกให้กับฟูแล่มในปี 1950 ก่อนจะย้ายไปอยู่กับเวสบรอมวิช อัลเบี้ยนใน ปี 1956 และโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยม จนกระทั่งถูกเรียกตัวติดทีมชาติอังกฤษ และประเดิมสนามกับทีมชาติได้อย่างสวยงาม ด้วยการยิงประตูฝรั่งเศสสองลูกในเดือนพฤศจิกายน 1957 และมีชื่ออยู่ในทีมชุดลุยศึกฟุตบอลโลกที่สวีเดน ในปีต่อมา

หลังจากลงเล่นให้เวสบรอมวิช 239 นัด ร็อบสันกลับไปเล่นให้กับฟูแล่มอีกครั้งในปี 1962 ก่อนจะได้รับโอกาสงามจากแวนคูเวอร์ โรแยลส์ ในฐานะผู้เล่น - ผู้จัดการทีม อย่างนี้มีหรือที่คนรักการผจญภัยอย่างบ็อบบี้ ร็อบสันจะไม่รับข้อเสนอนี้

จากผู้เล่น สู่ผู้จัดการทีม

จริงๆ แล้ว บ็อบบี้ ร็อบสันเข้ารับการฝึกอบรมโค้ชของเอฟเอ ตั้งแต่ปี 1953 ก่อนจะได้จับงานคุมทีมอย่างจริงจังที่ แวนคูเวอร์ โรแยลส์ ในฐานะผู้เล่นผู้จัดการทีมดังที่กล่าวข้างต้น แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อเขาต้องพบกับอุปสรรคมากมาย กอปรกับฟูแล่ม ต้นสังกัดเก่ายื่นข้อเสนอในตำแหน่งผู้จัดการทีมให้ ร็อบสันจึงตัดสินใจกลับสู่เกาะอังกฤษอีกครั้ง

บ็อบบี้ ร็อบสัน คุมฟูแล่มอยู่ไม่ถึงปีก็ถึงปลดออกจากตำแหน่ง แต่เขาก็ว่างงานอยู่เพียง 2 เดือนเท่านั้น ก็ได้งานใหม่กับอิปสวิช ทาวน์์ และอย่างที่เราคงทราบกันดี ที่นี่นี่เอง ที่ตำนานเทพนิยายซินเดอร์เรลล่า แห่งวงการฟุตบอลได้กำเนิดขึ้น ตอนที่เขาเข้ารับงานคุมอิปสวิชครั้งแรก ทีมกำลังล่อแหลมเหลือเกินที่จะตกชั้น เขาจึงทำได้แค่ประคองทีมให้อยู่รอดในลีกเท่านั้นเอง แต่หลังจากนั้นอีก 9 ปีที่เขาคุมอิปสวิช ทีมก็ไม่เคยจบฤดูกาลต่ำกว่าอันดับท็อปซิกส์อีกเลย และ 8 จาก 9 ปี อิปสวิชก็ได้ไปเล่นในฟุตบอลยุโรปอีกด้วย และในจำนวนนี้ เขายังพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพมาครองด้วยการคว่ำอาร์เซนอล และที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือการพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ หลังเอาชนะเอแซด อัคมาร์ อย่างสุดมันส์ 5-4


รูปปั้น เซอร์บ็อบบี้ ร็อบสัน หน้าสนามอิปสวิช ทาวน์


จากนั้นร็อบสัน ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ และพาทีมเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลกสองสมัย แม้จะแพ้ แต่ทีมของเขาก็ถูกเขี่ยให้ตกรอบโดย อาร์เจนติน่า และเยอรมัน ที่เป็นทีมแชมป์โลกเมื่อจบทัวร์นาเมนต์ในปี 1986 และ 1990 ตามลำดับ

ในมาดผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ


ต่อมาเขาก็มีอันต้องแพ็กกระเป๋าอีกครั้ง คราวนี้ไปคุมพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น และร็อบสันก็พาทีมคว้าแชมปลีกดัตช์ 2 สมัย ในปี1991 และ 1992 ก่อนข้ามฟากไปรับงานคุมสปอร์ติ้ง ลิสบอนในโปรตุเกส แม้จะพาทีมนำเป็นจ่าฝูง แต่ก็กลับถูกปลดกลางอากาศหลังพาทีมตกรอบยูฟ่า คัพ ก่อนที่ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา ปอร์โต้จะ ดึงตัวร็อบสัน ไปเป็นผู้จัดการทีมซะเลย หุหุ คนเก่งอยู่ไหนก็เก่ง ร็อบสันพาปอร์โต้เป็นแชมป์โปรตุกีส คัพ ตามมาด้วยแชมป์ลีกสองสมัยในปี 1995 และ 1996 ก่อนจะถูกบาร์เซโลน่าดึงตัวไปคุมทีม

ี่บาร์เซโลน่า เขาปั้นโรนัลโด้ นักเตะที่ไม่มีใครรู้จักให้กลายเป็นนักเตะทองคำ แล้วยังพาทีมคว้าแชมป์ คัพ วินเนอร์ส คัพ และสแปนิช คัพในปี 1997 ฤดูกาลถัดมา ร็อบสันผันตัวไปเป็นผู้อำนวยการของสโมสรเพื่อเปิดทางให้หลุยส์ ฟาน กัล เข้ามารับตำแหน่ง ก่อนจะย้ายกลับไปพีเอสวีในปี 1998 หลังจากนั้นก็ได้รับข้อเสนอให้กลับมาคุมทีมชาติอังกฤษอีกครั้ง เมื่อเกล็น ฮอดเดิ้ลโดนปลดออกจากตำแหน่ง แต่เจ้าตัวปฏิเสธ ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมนิวคาสเซิลในวันที่ 3 กันยายน 1999 เมื่อมีอายุได้ 66 ปี

เขาเดินทางมานิวคาสเซิลในฐานะวีรบุรุษ เมื่อรุต กิลลิตมีปัญหากับอลัน เชียเรอร์ และเขาก็ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังด้วยการพาทีมจบอันดับ 4 ในลีกในปี 2002 ตามด้วยอันดับ 3 ในปีต่อมา นอกจากนี้เขายังพาทีมไปประกาศศักดิ์ดาในเวทียุโรปได้อย่างไม่อายใคร เส้นทางของร็อบสันกับนิวคาสเซิลจบลง หลังฤดูกาล 2004/05 ผ่านไปได้ 4 เกมเท่านั้น ด้วยผลงานแพ้สอง เสมอสอง เมื่อเขาถูกปลดออกจากตำแหน่งอย่างค้านสายตาแฟนบอล หลังทีมเจอปัญญหาแนวรับ และความขัดแย้งระหว่างร็อบสันกับประธานสโมสร หลังจากเชฟเพิร์ดตัดสินใจขาย โจนาธาน วู้ดเกตให้รีล มาดริด โดยไม่ปรึกษาเขาก่อน

จากผู้จัดการทีมสู่ อัศวิน



ร็อบ สันได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ ชั้นอัศวินจากควีน อลิซาเบธที่สอง เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2002 ขณะมีอายุได้ 69 ปี เพราะเขาคือตำนานของวงการฟุตบอลอังกฤษอย่างไม่ต้องสงสัย เขาคือผู้จัดการทีมชาวอังกฤษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนเวทีนานาชาติ

ลูกหนังเหนือชีวิตและครอบครัว

เอลซี สตรีที่อยู่เคียงข้างเซอร์บ็อบบี้ ร็อบสัน มากว่า 50 ปี เธอเคยหวังให้สามีหันหลังให้กับวงการฟุตบอล แต่ก็ต้องรอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ เมื่อฟุตบอลอยู่ในสายเลือดของเอกบุรุษคนนี้เสียแล้ว

เขาเคยถูกคุก คามด้วยโรคมะเร็งลำไส้ เนื้องอก ต้องผ่าตัดสมอง และหมอต่างก็แนะนำให้เขายุติบทบาทลูกหนัง แต่โรคร้ายก็ไม่สามารถหยุดเขาได้อยู่ดี

ถ้าคุณถามว่าทำไม เซอร์บ็อบบี้ ร็อบสันจึงไม่หยุดทำงาน ถึงแม้อายุจะเพิ่มมากขึ้นทุกวัน คำตอบอยู่ตรงนี้แล้ว...
"โลกนี้มันโหดร้ายนัก หากคุณไม่สู้...คุณก็ไม่มีทางเอาชีวิตรอดได้หรอก"




บ็อบบี้ ร็อบสัน สมัยค้าแข้งกับเวสบรอมวิช อัลเบี้ยน




สมัยหนุ่มๆ คุมอิปสวิช 1980




โทนี่ แบล์ อดีตนายกฯอังกฤษ และเป็นแฟนบอลทีมเรา กำลังเรียนเทคนิคฟุตบอลกับปู่บ็อบที่เมืองจีน




วันเปิดตัวที่พีเอสวี




สมัยนำทัพ บาร์เซโลน่า



ยังเซ็งเชฟเพิร์ดไม่หายเลยค่ะปลดเซอร์บ็อบออกได้ไง ประสาทป่าว แล้วคนที่มาแทนนะ เฮ้อ.....อย่าให้พูด เดี๋ยวของขึ้น ไม่ชอบอดีตประธานคนนี้จริง
ดิวว่า เชฟเพิร์ด เป็นคนควรที่น่าชอบมากกว่าไม่ชอบนะคะ บางครั้งอาจจะคิดต่างจากเรา แต่จุดมุ่งหมายอันเดียวกันอยู่แล้ว คือเพื่อความสำเร็จของทีม

ผล ประโยชน์ไม่ใช่เหตุผลที่เค้าทำงานกับทีมเป็นสิบๆ ปี แต่ทำด้วยใจรักล้วนๆ เงินซื้อนักเตะเหรอ...จัดไป บิ๊กเนมหลายคนได้มาเหยียบ SJP ก็เพราะคนๆ นี้

เรา อาจไม่มีวันได้เห็นปู่บ็อบ ที่นี่เลยด้วยซ้ำ ถ้าเชฟเพิร์ดไม่บินไปคุยกับปู่ที่สเปนด้วยตัวเอง รู้ๆ กันอยู่ว่าทีมเรานั้น ผู้จัดการทีมคนไหนมีปัญหากับเชียเรอร์ คืออยู่ไม ไ่ด้ค่ะ ประกอบกับตอนนั้น ปู่อายุเยอะแล้ว เค้าอาจจะมองว่าคงมีกำลังทำทีมได้อีกไม่นาน 72 ปีแล้วค่ะ ปู่บ็อบตอนนั้น

ถ้าเปรียบเทียบระหว่างที่ทำได้ใจ กับที่ทำขัดใจ ดิวว่าเชฟเพิร์ดเป็นประธานสโมสรที่ดีมากคนหนึ่ง


ปล.2 มองในแง่ดี ตอนที่เค้าเอาซูเนสส์มาคุมแทน ก็ไม่มีใครรู้หรอกค่ะว่าจะผลงานห่วย สำหรับเรา ช่วงที่ซูเนสส์คุมนี่ นรกชัดๆ แต่สำหรับแฟนบอลแบล็คเบิร์นแล้ว ซูเนสส์นี่พระเจ้าดีๆ นี่เอง

Thursday, January 17, 2013

ดู"ฟุตบอล"แบบเข้าใจ"ธุรกิจฟุตบอล"




ลักษณะพิเศษทางธุรกิจ บริหารจัดการ และกฎกติกาของอุตสาหกรรมฟุตบอลลีกอาชีพที่ไม่เหมือนธุรกิจอื่น มี 6 ข้อ


ดู"ฟุตบอล"แบบเข้าใจ"ธุรกิจฟุตบอล"
ลักษณะพิเศษทางธุรกิจ บริหารจัดการ และกฎกติกาของอุตสาหกรรมฟุตบอลลีกอาชีพที่ไม่เหมือนธุรกิจอื่น ภาษาอังกฤษจะเรียกว่า The peculiar economics of professional football leagues ซึ่งจะมี 6 ข้อ
1. ธุรกิจ “ฟุตบอล” เป็นผลผลิตร่วมระหว่าง “ลีก” และ “สโมสรฟุตบอล” (Joint product) ที่ต้องอาศัยกันและกัน เพราะฟุตบอลจะเตะกันเอง ดูกันเอง ทีมเดียวไม่ได้ ต้องมีคู่แข่งขันมาร่วมด้วย และมีการจัดการลีกที่ดีเพื่อผลประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย
2. ธุรกิจฟุตบอลจะมีการกระจายรายได้ (Redistribution) ภายในลีก และระหว่างลีกใหญ่สู่ลีกเล็กรวมไปถึงทีมใหญ่รายได้ดีสู่ทีมเล็กรายได้น้อย เพื่อช่วยให้ลีกและทีมฟุตบอลแต่ละทีมมีความสมดุลกันมากที่สุด 3. แฟนบอล (ลูกค้า) จะมีดีกรีความซื่อสัตย์สูงชนิดไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล เพราะเป็นความรัก ผูกพันด้วยใจโดยไม่มี “ผลประโยชน์” แอบแฝง ดังจะเห็นได้จากแฟนบอลทีมหนึ่งจะไม่เปลี่ยนใจไปเชียร์อีกทีมหนึ่ง   
4. ฟุตบอลเป็น “เกม” หรือเป็น “ธุรกิจ” ที่แตกต่างจากธุรกิจอื่น ๆ เพราะจะมีจุดมุ่งหมายพร้อม ๆ กัน 2 ประการ นั่นคือ ชนะในสนาม และอยู่ได้ไม่ขาดทุนนอกสนาม
5. ตลาดแรงงานนักฟุตบอลนั้นมีกฎระเบียบค่อนข้างละเอียดอ่อนกว่าธุรกิจอื่น ๆ และผู้เล่นชั้นดีจะมีอำนาจในการต่อรองเงินเดือน และการเลือกทีมสูงมาก
6. ฟุตบอลเป็นเกมที่ควบคุมโดยกฎกติกาสากล ผสมผสานกับการบริหารโดยรัฐบาลลูกหนังหลายระดับตั้งแต่ระดับประเทศ, นานาชาติ, ทวีป และโลก คอยควบคุมดูแล, ปรับปรุง และแก้ไข เพื่อคุณภาพที่ดีของเกม

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfmpage=content&categoryId=306&contentId=141439

คณิตศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ความน่าจะเป็น (Probability)
ทฤษฎีความน่าจะเป็น คือ การศึกษาความน่าจะเป็นแบบคณิตศาสตร์นักคณิตศาสตร์จะมองความน่าจะเป็นว่าเป็น ตัวเลขระหว่างศูนย์กับหนึ่ง ที่กำหนดให้กับ "เหตุการณ์" (ความน่าจะเป็นที่เท่ากับ 0 ก็คือไม่มีโอกาสที่เหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้น แต่ถ้าความน่าจะเป็นเท่ากับ 1 แสดงว่าเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน) ที่เกิดขึ้นแบบสุ่ม ความน่าจะเป็น P(E) ถูกกำหนดให้กับเหตุการณ์ E ตามสัจพจน์ของความน่าจะเป็น
ที่มาของข้อมูล http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99

ความน่าจะเป็น (Probability)
1.ความน่าจะเป็น คือ จำนวนที่แสดงให้ทราบว่าเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง มี
โอกาสเกิดขึ้นมากหรือน้อยเพียงใด   สิ่งที่จำเป็นต้องทราบและทำความเข้าใจคือ
 1.  แซมเปิลสเปซ (Sample Space )
 2.  แซมเปิลพ้อยท์ (Sample Point)
 3. เหตุการณ์ (event)
 4. การทดลองสุ่ม (Random Experiment)
2.แซมเปิลสเปซ (Sample Space ) เป็นเซตที่มีสมาชิกประกอบด้วยสิ่งที่ต้องการ ทั้งหมด จากการทดลองอย่างใดอย่างหนึ่ง บางครั้งเรียกว่า Universal Set
เขียนแทนด้วย S   เช่น ในการโยนลูกเต๋าถ้าต้องการดูว่าหน้าอะไรจะขึ้นมาจะได้  S =  1, 2, 3, 4, 5, 6 
3.แซมเปิลพ้อยท์ (Sample Point)   คือ สมาชิกของแซมเปิลสเปซ (Sample Space )  
4.เหตุการณ์ (event)  คือ เซตที่เป็นสับเซตของ Sample Space  หรือเหตุการณ์ที่เราสนใจ จากการทดลองสุ่ม
5.การทดลองสุ่ม (Random Experiment)  คือ การกระทำที่เราทราบว่าผลทั้งหมดที่อาจจะเกิดขึ้นมีอะไรบ้าง  แต่ไม่สามารถบอกได้อย่างถูกต้องแน่นอนว่าจะเกิดผลอะไรจากผลทั้งหมดที่เป็นไป ได้เหล่านั้น
6.ความน่าจะเป็น  =   จำนวนผลของเหตุการณ์ที่สนใจ / จำนวนเหตุการณ์ทั้งหมดของการทดลองสุ่ม 
P(E) =    n(E)/   n(S)

ข้อควรจำ 
1. เหตุการณ์ที่แน่นอน คือ เหตุการณ์ที่มีความน่าจะเป็น = 1 เสมอ
2. เหตุการณ์ที่เป็นไปไม่ได้ คือ เหตุการณ์ที่มีความน่าจะเป็น = 0
3. ความน่าจะเป็นใด ๆ จะมีค่าไม่ต่ำกว่า 0 และ ไม่เกิน 1 เสมอ
4. ในการทดลองหนึ่งสามารถทำให้เกิดผลที่ต้องการอย่างมีโอกาสเท่ากันและมีโอกาส เกิดได้ N สิ่ง และเหตุการณ์ A มีจำนวนสมาชิกเป็น n  ดังนั้นความน่าจะเป็นของ A คือ  P(A) =   n/ N

ทดสอบความเข้าใจ
ข้อ 1.ทอดลูกเต๋า 1 ลูก กำหนดให้ E เป็นเหตุการณ์ที่จะได้แต้มน้อยกว่า 4 จงหาความน่าจะเป็นของ E หรือ P(E)
ตอบ  1/2
ข้อ 2.โยนเหรียญอันหนึ่งสองครั้งจงหาค่าความน่าจะเป็นที่จะเกิดหัวอย่างน้อย 1 หัว
ตอบ  3/4
ข้อ 3.จงคำนวณหาความน่าจะเป็นของการหยิบไพ่ 1 ใบ ที่จะได้โพแดง
ตอบ  13/52 = 1/4
ข้อ 4.มีลูกบาศก์ขนาดเท่า ๆ กัน 9 อัน เป็นสีแดง 5 อัน สีขาว 4 อัน  ถ้านำลูกบาศก์เหล่านี้มาเรียงเป็นแถวยาว  จงหาความน่าจะเป็นที่ที่ลูกบาศก์สีแดงอยู่หัวและท้ายแถว
ตอบ  5/18
ที่มาของข้อมูล www.tutormaths.com/mathapa17.doc

ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์
ในชีวิตประจำวันเราอยู่กับเหตุการณ์ต่าง ๆ และมีคำถามอยู่ในใจตลอดเวลา เช่น
- พรุ่งนี้ฝนจะตกหรือไม่
- บางทีเราต้องไปทำงานวันนี้
- นายกอาจลาออกและยุปสภาเร็ว ๆ นี้
- ทีมฟุตบอลทีมใดจะได้เป็นแชมป์โลก
- ใครชนะเลือกตั้งในสมัยหน้า

คำว่า "ความน่าจะเป็น" หรือ "probability" เป็นวิธีการวัดความไม่แน่นอนในรูปแบบคณิตศาสตร์ เช่น เมื่อโยนเหรียญ ความน่าจะเป็นของเหรียญที่จะออกหัวหรือก้อยเท่ากับ 0.5
ดังนั้นเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในอาณาคตเป็นสิ่งที่ยากจะคาดเดาได้ถูกต้องร้อยเปอร์เซนต์ นักอุตุนิยมวิทยาจึงใช้หลักการของความน่าจะเป็นเข้ามาทำนาย เช่น ความน่าจะเป็นของการเกิดฝนตกใน กรุงเทพมหานคร ในวันพรุ่งนี้มีค่าเท่ากับ 0.7
ความน่าจะเป็น เป็นค่าที่อาจมีความหมายที่หลายคนเข้าใจได้ไม่ยาก ความน่าจะเป็น เป็นศาสตร์ที่มีความละเอียดอ่อนที่จะนำไปประยุกต์ใช้ โดยเฉพาะเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันต่าง ๆ ความน่าจะเป็นมีการกำหนดค่าเป็นเศษส่วนหรือเป็นเปอร์เซนต์หรือให้มีค่า ระหว่าง 0 ถึง 1 เช่น ถ้านำลูกเต๋า ทอยลงบนพื้น โอกาสที่จะปรากฎหน้า 1 มีค่าเท่ากับ 1/6 หรือ 16.6 เปอร์เซนต์ ถ้าโยนเหรียญหนึ่งเหรียญ และให้ตกบนพื้น (โยนแบบยุติธรรม) โอกาสที่จะปรากฏหัวเท่ากับ 1/2 หรือ 0.5

ในทางคณิตศาสตร์ เราหา "ค่าของความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ซึ่ง ไม่ทราบแน่ว่าจะเกิดหรือไม่" ได้โดยพิจารณา "น้ำหนัก" ที่เหตุการณ์นั้นๆ จะเกิด ถ้ากำหนดให้น้ำหนักของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้มีค่าเป็น 0 น้ำหนัก ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแน่มีค่าเป็น 1 และน้ำหนักของเหตุการณ์ใด ๆ ที่อาจ เกิดขึ้นมีค่าเป็นจำนวนเลขที่อยู่ระหว่าง 0 กับ 1 เราจะมีตัวเลขมากมายนับ ไม่ถ้วน แสดงค่าของน้ำหนัก หรือโอกาสที่เหตุการณ์ต่าง ๆ จะเกิดขึ้นได้ และเรียกค่าของน้ำหนักนี้ว่า "ค่าของความน่าจะเป็น"
พิจารณาการโยนเหรียญบาทหนึ่งเหรียญ ถ้าเหรียญนั้นไม่ได้มีการถ่วง ให้หน้าใดง่ายง่ายกว่าหน้าอื่นก็เชื่อว่า "น้ำหนัก" ของการที่เหรียญจะ หงายหน้าใดหน้าหนึ่งย่อมเท่ากัน
ผลที่เป็นไปได้ทั้งหมดมี 2 อย่าง คือเหรียญหงายหัวหรือเหรียญ หงายก้อยซึ่งอาจเกิดอย่างใดอย่างหนึ่งได้เท่า ๆ กัน

โอกาสที่เหรียญจะหงายหัว=โอกาสที่เหรียญจะหงายก้อย
โอกาสที่เหรียญจะหงายหัว = 1/2
โอกาสที่เหรียญจะหงายก้อย = 1/2
เรากล่าวว่า ความน่าจะเป็นที่เหรียญหงายหัวมีค่า 1/2
และความน่าจะเป็นที่เหรียญหงายก้อยมีค่า 1/2
ในการทอดลูกเต๋าลูกหนึ่ง เมื่อลูกเต๋านั้น ๆ มีหน้าใหญ่เท่า ๆกัน และไม่มีการถ่วงให้หน้าใดหงายง่ายกว่าหน้าอื่น ก็เชื่อได้ว่า "น้ำหนัก" ของการที่ลูกเต๋าจะหงายหน้าใดหน้าหนึ่งย่อมเท่ากัน
ผลที่ลูกเต๋าจะขึ้นหน้าต่าง ๆ ทั้งหมดมี 6 อย่าง คือ อาจขึ้นหน้า หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หรือหก ด้วยความน่าจะเป็นเท่า ๆ กัน คือ 1/6  
พิจารณาการโยนเหรียญบาทหนึ่งเหรียญ และเหรียญห้าบาทหนึ่งเหรียญ พร้อม ๆ กัน เหรียญย่อมหงายได้ 4 อย่าง
ความน่าจะเป็นที่เหรียญใดจะหงายหัวหรือก้อยมีเท่า ๆ กัน คือ 1/2 สำหรับ แต่ละเหรียญ เราใช้ทฤษฎีของความน่าจะเป็นคำนวณค่าของความน่าจะเป็น ได้ดังนี้
ความน่าจะเป็นที่เหรียญทั้งสองจะหงายหัว = 1/4
ความน่าจะเป็นที่เหรียญทั้งสองจะหงายก้อย = 1/4
ความน่าจะเป็นที่เหรียญหนึ่งหงายหัวกับอีก
เหรียญหนึ่งหงายก้อย = 1/2
นอกจากเรื่องโยนลูกเต๋า โยนเหรียญ จับสลาก แจกไพ่แล้ว ยัง มีเรื่องอื่น ๆ อีกมาก ที่มีผลการเกิดซึ่งบอกล่วงหน้าไม่ได้ว่าจะให้ผลอย่าง ไร ทางคณิตศาสตร์จึงต้องใช้สัญลักษณ์มาช่วยจำลองเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจ เกิดขึ้นเฉพาะเรื่อง
และอาศัยกฎเกณฑ์ของคณิตศาสตร์ในแขนงอื่น ๆ ทำให้ เกิดทฤษฎีต่าง ๆ ที่สามารถนำไปหาค่าความน่าจะเป็นของเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับความไม่แน่นอนทั้งหลายได้ และสามารถใช้ค่าเหล่านี้คำนวณหาค่าอื่น ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ในการนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจ เช่น ใช้ค่าของความน่าจะเป็นที่จะมีลูกค้าเข้ามาซื้อของในร้าน เพื่อหาว่าโดยเฉลี่ยจะ มีลูกค้าเข้ามาซื้อของกี่คน นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศส เป็นผู้ให้กำเนิดเรื่องของความน่าจะเป็น เมื่อประมาณ 300 ปีมาแล้ว แต่เพิ่งจะได้มีการศึกษาโดยละเอียดและนำไปใช้เมื่อประมาณ 40 ปีมานี้เอง ปัจจุบัน เรื่องราวของความน่าจะเป็น มีความสำคัญอย่างมาก การค้นคว้า การวิจัย และการปฏิบัติงานใด ๆ ที่ เกี่ยวข้องกับการคาดคะเน จะต้องอาศัยเรื่องของความน่าจะเป็นทั้งสิ้น เช่น การเกษตร การแพทย์ เศรษฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทุกสาขา ความน่าจะเป็นบางเรื่องใช้คณิตศาสตร์ชั้นสูงหลายวิชามาเกี่ยว โยงกัน และยังมีเรื่องต้องศึกษาค้นคว้าอีกมาก
ที่มาของข้อมูล http://www.school.net.th/library/snet2/knowledge_math/prob_even.htm


คำถามในห้องเรียน
1. กรณี ชนะ เสมอ หรือ แพ้ มีผลต่ธุรกิจฟุตบอลมากน้อยเพียงไร อะไรเป็นปัจจัยให้เหตุผลประกอบ
2. นักเรียนคิดว่าถ้านักกีฬามีแรงจูงใจผลตอบแทนที่ดี อาจจะชนะมากกว่าแพ้ใช่หรือไม่อธิบาย

ข้อเสนอแนะ ดูฟุตบอลอย่างมีสติมองเห็นเป็นเกมกีฬา
การบูรณาการกับกลุ่มสาระอื่นๆ
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
สาระที่  3  การเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย การเล่นเกม  กีฬาไทย  และกีฬาสากล
มาตรฐาน  พ 3.1 เข้าใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย  การเล่นเกม  และกีฬา
มาตรฐาน  พ 3.2 รักการออกกำลังกาย การเล่นเกม  และการเล่นกีฬา  ปฏิบัติเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ  มีวินัย  เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน   และชื่นชมในสุนทรียภาพของการกีฬา
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
สาระที่ 1 การดำรงชีวิตและครอบครัว
มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทำงาน  มีความคิดสร้างสรรค์  มีทักษะกระบวนการทำงาน ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา  ทักษะการทำงานร่วมกัน   และทักษะการแสวงหาความรู้    มีคุณธรรม    และลักษณะนิสัยในการทำงาน  มีจิตสำนึกในการใช้พลังงาน  ทรัพยากร  และสิ่งแวดล้อมเพื่อการดำรงชีวิตและครอบครัว

ที่มาของภาพ http://t2.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcRB2ZY2yzah56E7JOuLqu0sfL14GG4YhqLBRVQdbwZINuKCaGpPGw
ที่มาของภาพ http://learners.in.th/file/jantarat/soccerr.jpg
ที่มาของภาพ http://offside.igetweb.com/article/art_385505.jpg
ที่มาของภาพ http://seminar.nalueng.com/seminar/upload/images/3UEuzKXTue43938.jpg
ที่มาของภาพ http://www.winningsupplies.com/images/game_hands/3.jpg
ที่มาของภาพ http://www.school.net.th/library/snet2/knowledge_math/prob_even_files/image006.jpg

ประวัติกีฬาฟุตบอล

 

สรุปวิวัฒนาการของฟุตบอล

ก่อนคริสตกาลอ้างถึงการเล่นเกมซึ่งเปรียบเสมือนต้นฉบับของกีฬาฟุตบอลที่เก่า แก่ที่ได้มีการค้นพบจากการเขียนภาษาญี่ปุ่น-จีน และในสมัยวรรณคดีของกรีกและโรมัน
ยุคกลาง - ประวัติบันทึกการเล่นในเกาะอังกฤษ อิตาลี และฝรั่งเศส
ปี พ.ศ. 1857 - พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 ทรงออกพระราชกฤษฎีกาห้ามเล่นฟุตบอล เพราะจะรบกวนการยิงธนู
ปี พ.ศ. 2104 - Richardo Custor อาจารย์สอนหนังสือชาวอังกฤษกล่าวถึงการเล่นว่า ควรกำหนดไว้ในบทเรียนของเยาวชน โดยได้รับอิทธิพลจากการเล่นกาลซิโอในเมืองฟลอเร้นท์
ปี พ.ศ. 2123 -Riovanni Party ได้จัดพิมพ์กติกาการเล่นคาลซิโอ
ปี พ.ศ. 2223 -ฟุตบอลในประเทศอังกฤษได้รับพระบรมราชานุเคราะห์จากพระเจ้าชาร์ลที่ 2
ปี พ.ศ. 2391 -ได้มีการเขียนกฎข้อบังคับเคมบริดจ์ขึ้นเป็นครั้งแรก
ปี พ.ศ. 2406 -ได้มีการก่อตั้งสมาคมฟุตบอลขึ้น
ปี พ.ศ. 2426 -สมาคมฟุตบอลจักรภพ 4 แห่ง ยอมรับองค์กรควบคุม และจัดตั้งกรรมการระหว่างชาติ
ปี พ.ศ. 2429 -สมาคมฟุตบอลเริ่มทำการฝึกเจ้าหน้าที่ที่จัดการแข่งขัน
ปี พ.ศ. 2431 -เริ่มเปิดการแข่งขันฟุตบอลลีก โดยยินยอมให้มีนักฟุตบอลอาชีพ และเพิ่มอำนาจการควบคุมให้ผู้ตัดสิน
ปี พ.ศ. 2432 -สมาคมฟุตบอลส่งทีมไปแข่งขันในต่างประเทศ เช่น เยอรมนี ไปเยือนอังกฤษ
ปี พ.ศ. 2447 - ก่อตั้งฟีฟ่า ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่กรุงปารีส เมื่อ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2447 โดยสมาคมแห่งชาติ คือ ฝรั่งเศส เบลเยียม เดนมาร์ก สเปน สวีเดน และสวิตเซอร์แลนด์
ปี พ.ศ. 2480 - 2481 -ข้อบังคับปัจจุบันเขียนขึ้นตามระบบใหม่ขององค์กรควบคุม โดยใช้ข้อบังคับเก่ามาเป็นแนวทาง