ภาพจากปกหนังสืออัตชีวประวัติของเจ้าตัวค่ะ
ปฐมบทเซอร์ โรเบิร์ต วิลเลียม ร็อบสัน
เกิดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 1933 ที่เคาน์ตี้ เดอร์แฮม
ในครอบครัวกรรมกรเหมืองแร่ ในวัยเด็กพ่อมักพาเขาไปชมเกมของนิวคาสเซิล
ยูไนเต็ด ที่เซนต์ เจมส์ ปาร์กเป็นประจำ ด้วยรถบัสประจำทาง หรือแม้แต่
เดินเป็นระยะทางหลายไมล์ในบางครั้ง หลัง
จากเริ่มงานแรกในอาชีพช่างไฟฝึกหัดในเหมืองแร่ ได้ค่าแรงสัปดาห์ละ 4 ปอนด์
พร้อมกันนั้นก็เตะบอลกับแลงลีย์ ปาร์ก จูเนียร์ไปด้วย
และแล้วฟ้าก็เปิดทาง เมื่อ บิล ดอดกิ้น ผู้จัดการทีมฟูแล่ม
เดินทางไปหาร็อบสันที่บ้านด้วยตัวเอง
ก่อนยื่นข้อเสนอสำหรับการเป็นนักเตะอาชีพให้
และข้อเสนอนี้ก็เย้ายวนเกินกว่าจะปฏิเสธ ร็อบสันตัดสินใจเซ็นสัญญากับ
ฟูแล่ม ในตำแหน่งปีกขวา แล้วย้ายไปลอนดอน
แม้
ว่าร็อบสันจะเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพแล้ว
แต่พ่อของเขาก็ยังยืนยันอยากให้ลูกชายเป็นช่างไฟอยู่ดี
เขาจึงทำงานในช่วงกลางวันในฐานะช่างไฟที่ เฟสติวัล ออฟ บริเทน
แล้วซ้อมสัปดาห์ละ 3 วันกับฟูแล่ม
ก่อนที่สุดท้ายจะมาเล่นฟุตบอลอย่างเต็มตัวในที่สุด
ร็อบสันลงสนามนัดแรกให้กับฟูแล่มในปี 1950 ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ
เวสบรอมวิช อัลเบี้ยนใน
ปี 1956 และโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยม จนกระทั่งถูกเรียกตัวติดทีมชาติอังกฤษ
และประเดิมสนามกับทีมชาติได้อย่างสวยงาม
ด้วยการยิงประตูฝรั่งเศสสองลูกในเดือนพฤศจิกายน 1957
และมีชื่ออยู่ในทีมชุดลุยศึกฟุตบอลโลกที่สวีเดน ในปีต่อมา
หลังจากลงเล่นให้เวสบรอมวิช 239 นัด ร็อบสันกลับไปเล่นให้กับฟูแล่มอีกครั้งในปี 1962 ก่อนจะได้รับโอกาสงามจาก
แวนคูเวอร์ โรแยลส์ ในฐานะผู้เล่น - ผู้จัดการทีม อย่างนี้มีหรือที่คนรักการผจญภัยอย่างบ็อบบี้ ร็อบสันจะไม่รับข้อเสนอนี้
จากผู้เล่น สู่ผู้จัดการทีมจริงๆ
แล้ว บ็อบบี้ ร็อบสันเข้ารับการฝึกอบรมโค้ชของเอฟเอ ตั้งแต่ปี 1953
ก่อนจะได้จับงานคุมทีมอย่างจริงจังที่ แวนคูเวอร์ โรแยลส์
ในฐานะผู้เล่นผู้จัดการทีมดังที่กล่าวข้างต้น
แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อเขาต้องพบกับอุปสรรคมากมาย
กอปรกับฟูแล่ม ต้นสังกัดเก่ายื่นข้อเสนอในตำแหน่งผู้จัดการทีมให้
ร็อบสันจึงตัดสินใจกลับสู่เกาะอังกฤษอีกครั้ง
บ็อบบี้ ร็อบสัน คุมฟูแล่มอยู่ไม่ถึงปีก็ถึงปลดออกจากตำแหน่ง แต่เขาก็ว่างงานอยู่เพียง 2 เดือนเท่านั้น ก็ได้งานใหม่กับ
อิปสวิช ทาวน์์
และอย่างที่เราคงทราบกันดี ที่นี่นี่เอง
ที่ตำนานเทพนิยายซินเดอร์เรลล่า แห่งวงการฟุตบอลได้กำเนิดขึ้น
ตอนที่เขาเข้ารับงานคุมอิปสวิชครั้งแรก
ทีมกำลังล่อแหลมเหลือเกินที่จะตกชั้น
เขาจึงทำได้แค่ประคองทีมให้อยู่รอดในลีกเท่านั้นเอง แต่หลังจากนั้นอีก 9
ปีที่เขาคุมอิปสวิช ทีมก็ไม่เคยจบฤดูกาลต่ำกว่าอันดับท็อปซิกส์อีกเลย และ
8 จาก 9 ปี อิปสวิชก็ได้ไปเล่นในฟุตบอลยุโรปอีกด้วย และในจำนวนนี้
เขายังพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพมาครองด้วยการคว่ำอาร์เซนอล
และที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือการพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ หลังเอาชนะเอแซด
อัคมาร์ อย่างสุดมันส์ 5-4
ี
รูปปั้น เซอร์บ็อบบี้ ร็อบสัน หน้าสนามอิปสวิช ทาวน์
จากนั้นร็อบสัน ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการ
ทีมชาติอังกฤษ
และพาทีมเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลกสองสมัย แม้จะแพ้
แต่ทีมของเขาก็ถูกเขี่ยให้ตกรอบโดย อาร์เจนติน่า และเยอรมัน
ที่เป็นทีมแชมป์โลกเมื่อจบทัวร์นาเมนต์ในปี 1986 และ 1990 ตามลำดับ
ในมาดผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ
ต่อมาเขาก็มีอันต้องแพ็กกระเป๋าอีกครั้ง คราวนี้ไปคุม
พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น และร็อบสันก็พาทีมคว้าแชมปลีกดัตช์ 2 สมัย ในปี1991 และ 1992 ก่อนข้ามฟากไปรับงานคุม
สปอร์ติ้ง ลิสบอนในโปรตุเกส แม้จะพาทีมนำเป็นจ่าฝูง แต่ก็กลับถูกปลดกลางอากาศหลังพาทีมตกรอบยูฟ่า คัพ ก่อนที่ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา
ปอร์โต้จะ
ดึงตัวร็อบสัน ไปเป็นผู้จัดการทีมซะเลย หุหุ คนเก่งอยู่ไหนก็เก่ง
ร็อบสันพาปอร์โต้เป็นแชมป์โปรตุกีส คัพ ตามมาด้วยแชมป์ลีกสองสมัยในปี 1995
และ 1996 ก่อนจะถูกบาร์เซโลน่าดึงตัวไปคุมทีม
ท
ี่บาร์เซโลน่า
เขาปั้นโรนัลโด้ นักเตะที่ไม่มีใครรู้จักให้กลายเป็นนักเตะทองคำ
แล้วยังพาทีมคว้าแชมป์ คัพ วินเนอร์ส คัพ และสแปนิช คัพในปี 1997
ฤดูกาลถัดมา ร็อบสันผันตัวไปเป็นผู้อำนวยการของสโมสรเพื่อเปิดทางให้หลุยส์
ฟาน กัล เข้ามารับตำแหน่ง ก่อนจะย้ายกลับไปพีเอสวีในปี 1998
หลังจากนั้นก็ได้รับข้อเสนอให้กลับมาคุมทีมชาติอังกฤษอีกครั้ง เมื่อเกล็น
ฮอดเดิ้ลโดนปลดออกจากตำแหน่ง แต่เจ้าตัวปฏิเสธ
ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมนิวคาสเซิลในวันที่ 3 กันยายน 1999
เมื่อมีอายุได้ 66 ปี
เขาเดินทางมา
นิวคาสเซิลในฐานะวีรบุรุษ
เมื่อรุต กิลลิตมีปัญหากับอลัน เชียเรอร์
และเขาก็ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังด้วยการพาทีมจบอันดับ 4 ในลีกในปี 2002
ตามด้วยอันดับ 3 ในปีต่อมา
นอกจากนี้เขายังพาทีมไปประกาศศักดิ์ดาในเวทียุโรปได้อย่างไม่อายใคร
เส้นทางของร็อบสันกับนิวคาสเซิลจบลง หลังฤดูกาล 2004/05 ผ่านไปได้ 4
เกมเท่านั้น ด้วยผลงานแพ้สอง เสมอสอง
เมื่อเขาถูกปลดออกจากตำแหน่งอย่างค้านสายตาแฟนบอล หลังทีมเจอปัญญหาแนวรับ
และความขัดแย้งระหว่างร็อบสันกับประธานสโมสร หลังจากเชฟเพิร์ดตัดสินใจขาย
โจนาธาน วู้ดเกตให้รีล มาดริด โดยไม่ปรึกษาเขาก่อน
จากผู้จัดการทีมสู่ อัศวิน
ร็อบ
สันได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ ชั้นอัศวินจากควีน อลิซาเบธที่สอง
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2002 ขณะมีอายุได้ 69 ปี
เพราะเขาคือตำนานของวงการฟุตบอลอังกฤษอย่างไม่ต้องสงสัย
เขาคือผู้จัดการทีมชาวอังกฤษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนเวทีนานาชาติ
ลูกหนังเหนือชีวิตและครอบครัวเอลซี
สตรีที่อยู่เคียงข้างเซอร์บ็อบบี้ ร็อบสัน มากว่า 50 ปี
เธอเคยหวังให้สามีหันหลังให้กับวงการฟุตบอล
แต่ก็ต้องรอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ
เมื่อฟุตบอลอยู่ในสายเลือดของเอกบุรุษคนนี้เสียแล้ว
เขาเคยถูกคุก
คามด้วยโรคมะเร็งลำไส้ เนื้องอก ต้องผ่าตัดสมอง
และหมอต่างก็แนะนำให้เขายุติบทบาทลูกหนัง
แต่โรคร้ายก็ไม่สามารถหยุดเขาได้อยู่ดี
ถ้าคุณถามว่าทำไม เซอร์บ็อบบี้ ร็อบสันจึงไม่หยุดทำงาน ถึงแม้อายุจะเพิ่มมากขึ้นทุกวัน คำตอบอยู่ตรงนี้แล้ว...
"โลกนี้มันโหดร้ายนัก หากคุณไม่สู้...คุณก็ไม่มีทางเอาชีวิตรอดได้หรอก"
บ็อบบี้ ร็อบสัน สมัยค้าแข้งกับเวสบรอมวิช อัลเบี้ยน
สมัยหนุ่มๆ คุมอิปสวิช 1980
โทนี่ แบล์ อดีตนายกฯอังกฤษ และเป็นแฟนบอลทีมเรา กำลังเรียนเทคนิคฟุตบอลกับปู่บ็อบที่เมืองจีน
วันเปิดตัวที่พีเอสวี
สมัยนำทัพ บาร์เซโลน่า
ยังเซ็งเชฟเพิร์ดไม่หายเลยค่ะปลดเซอร์บ็อบออกได้ไง
ประสาทป่าว แล้วคนที่มาแทนนะ เฮ้อ.....อย่าให้พูด เดี๋ยวของขึ้น
ไม่ชอบอดีตประธานคนนี้จริง
ดิวว่า เชฟเพิร์ด
เป็นคนควรที่น่าชอบมากกว่าไม่ชอบนะคะ บางครั้งอาจจะคิดต่างจากเรา
แต่จุดมุ่งหมายอันเดียวกันอยู่แล้ว คือเพื่อความสำเร็จของทีม
ผล
ประโยชน์ไม่ใช่เหตุผลที่เค้าทำงานกับทีมเป็นสิบๆ ปี แต่ทำด้วยใจรักล้วนๆ
เงินซื้อนักเตะเหรอ...จัดไป บิ๊กเนมหลายคนได้มาเหยียบ SJP ก็เพราะคนๆ นี้
เรา
อาจไม่มีวันได้เห็นปู่บ็อบ ที่นี่เลยด้วยซ้ำ
ถ้าเชฟเพิร์ดไม่บินไปคุยกับปู่ที่สเปนด้วยตัวเอง รู้ๆ
กันอยู่ว่าทีมเรานั้น ผู้จัดการทีมคนไหนมีปัญหากับเชียเรอร์ คืออยู่ไม
ไ่ด้ค่ะ ประกอบกับตอนนั้น ปู่อายุเยอะแล้ว
เค้าอาจจะมองว่าคงมีกำลังทำทีมได้อีกไม่นาน 72 ปีแล้วค่ะ ปู่บ็อบตอนนั้น
ถ้าเปรียบเทียบระหว่างที่ทำได้ใจ กับที่ทำขัดใจ ดิวว่าเชฟเพิร์ดเป็นประธานสโมสรที่ดีมากคนหนึ่ง
ปล.2
มองในแง่ดี ตอนที่เค้าเอาซูเนสส์มาคุมแทน
ก็ไม่มีใครรู้หรอกค่ะว่าจะผลงานห่วย สำหรับเรา ช่วงที่ซูเนสส์คุมนี่
นรกชัดๆ แต่สำหรับแฟนบอลแบล็คเบิร์นแล้ว ซูเนสส์นี่พระเจ้าดีๆ นี่เอง